|
บทความ - ผลงานทางวิชาการที่เผยแพร่
|
เรียนหนักติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่คุณภาพอยู่อันดับท้ายๆ โดย รศ. ดร. สุพักตร์ พิบูลย์
ผมได้รับอีเมลล์ บทวิเคราะห์เกี่ยวกับการกำหนดโครงสร้างหลักสูตร หรือจำนวนชั่วโมงเรียนตามหลักสูตร ซึ่ง สพฐ.ได้กำหนดและประกาศใช้เมื่อเร็วๆ นี้ ผมเองตั้งใจจะวิเคราะห์และวิจารณ์
ในเรื่องนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่า ทันทีที่ได้รับอีเมลล์ ผมคิดว่า ผู้วิเคราะห์ วิเคราะห์ได้ดีมากๆ แล้ว จึงไม่ขอวิเคราะห์อีก เพียงแต่ยกคำวิเคราะห์มาให้ทุกท่านได้อ่าน ดังข้างล่างนี้...
"สพฐ.มีคำสั่งให้โรงเรียนประถม มัธยมทั่วประเทศเพิ่มเวลาเรียน โดยกำหนดให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาต้องมีเวลาเรียนรวมจากเดิมที่เรียนไม่ เกิน 1,000 ชั่วโมง
เป็นไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมงต่อปี ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากเดิมที่เรียนไม่เกิน 1,200 ชั่วโมง เป็นไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมงต่อปี"
สอนตามหลักสูตรหรือสอนเพื่อการแข่งขัน โดย ครูมนตรี โคตรคันทา
ขอบันทึกไว้เตือนความทรงจำสักหน่อยครับ เคยพูดไปหลายครั้งว่า "หลักสูตรล้มเหลวเพราะนโยบายพายเรือในอ่าง" ทำให้ครูผู้สอนไม่สามารถสอนตามหลักสูตรแกนกลางที่กำหนดได้
หรือไม่เคยสอนตามหลักสูตรแต่สอนตามนโยบายของ... ใครก็ตามที่มุ่งเอาแต่เรื่องการชนะในเกมการแข่งขัน ตามล่ารับใบประกาศนียบัตรเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า
โรงเรียนประสบผลสำเร็จในทางวิชาการ แม้ผลการวัดตามมาตรฐาน (สอบ O-Net, A-Net และอีกสารพัน จะร่วงกราวรูดพื้นก็ช่าง (หัว) มัน)
วันเสาร์ที่แล้ว (19 พฤศจิกายน 2554) เขาตั้งให้ผมเป็นประธานกรรมการตัดสินการแข่งขันอัจฉริยะไอที (งานศิลปหัตกรรมระดับสหวิทยาเขต) เลยมีเรื่องที่ต้องบันทึกไว้สักหน่อย
แม้ข้อมูลที่ได้จะน้อยโรงเรียนเพราะแข่งขันกลุ่มย่อยไม่ใช่ระดับจังหวัดและระดับภาค แต่มันก็สะท้อนให้เห็นได้ในระดับหนึ่ง เลยนำมาเสนอเป็นข้อมูลสำหรับการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอน
ในโรงเรียนต่างๆ ให้ตรงกับมาตรฐานหลักสูตรแกนกลาง เป็นเพียงความคิดเห็นที่ได้จากการวิเคราะห์ของผู้เขียนเท่านั้น ท่านอาจมีความเห็นต่างได้ครับ
เด็กนักเรียนห้อง ข โดย ครูมนตรี โคตรคันทา
วันนี้ขอคุยเรื่องประเด็นการศึกษาไทยที่เป็นไปใน พ.ศ. นี้กันสักหน่อย ว่าพวกเราเดินก้าวหน้าหรือถอยหลังกันเพียงใด นี่เป็นเพียงการคิดวิเคราะห์ของครูน้อยคนหนึ่ง ที่เป็นเพียงฟันเฟือง
จักรกลเฟืองเล็กๆ ที่คอยหนุนเนื่องขับเคลื่อนไปอย่างเงียบๆ ไม่ได้ขบหรือหมุนสวนทาง แต่ก็อ่อนล้าเต็มทนแล้ว ไม่รู้ว่าวันใดเฟืองน้อยตัวนี้จะแตกร้าวหรือบิ่น จนหลุดกระเด็นออกจากเพลา
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้อาจเป็นการสะท้อนถึงปัญหา และหวังว่าจะได้รับการเยียวยา หยอดน้ำมันหล่อลื่นให้เฟืองทุกตัวทำหน้าที่ต่อไปได้อีก
ผมขอเริ่มที่เรื่องเล่า "เด็กนักเรียนห้อง ข" ที่ท่านพระอาจารย์พรหม (ลูกศิษย์ชาวอังกฤษของหลวงพ่อชา วัดป่าพง อุบลราชธานี) เรื่องที่ท่านเล่าเป็นเรื่องที่เกิดในประเทศอังกฤษบ้านของท่าน
แต่มันก็สะท้อนอะไรหลายๆ อย่างที่ยังธำรงอยู่ในการศึกษาไทยปัจจุบัน เรื่องมีดังนี้
การรับรู้และตีความเศรษฐกิจพอเพียงในมโนทัศน์ของชาวอีสาน โดย ดร.ปราโมทย์ ศิลปศาสตร์
การรับรู้และตีความปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในมโนทัศน์ของชาวอีสานพบว่า ชาวอีสานรับรู้เศรษฐกิจพอเพียงจากองค์ความรู้ 2 แบบ
คือรับรู้จากอุดมการณ์แบบพอเพียงจากภูมิปัญญาผ่านวรรณกรรม วัฒนธรรม ประเพณี ฮีตคอง และผญาภาษิต และรับรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแบบอุดมการณ์ของ
พระมหากษัตริย์ผ่านสื่อและรัฐบาลสู่ภาคประชาชนเพื่อหวังจะพ้นผ่านวิกฤติเศรษฐกิจในกระแสทุนนิยม
|