Silapasart.com

Silapasart.com
สอศ.ขอเพิ่มอัตรากำลังกว่า 1.4 หมื่นอัตรา PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2013 เวลา 16:26 น.

“ชัยพฤกษ์” เตรียมเสนอขอกรอบขอเพิ่มอัตรากำลังกว่า 1.4 หมื่นอัตราเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนอาชีวศึกษาของไทย

วันนี้ (25 เม.ย.) นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดทำกรอบอัตรากำลังคนของ สอศ.เสร็จและจะเสนอต่อ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ซึ่งปัจจุบัน สอศ.มีนักเรียน นักศึกษาในสังกัด ทั้งสิ้น 684,760 คน แบ่งเป็นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 467,609 คน ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 216,446 คน ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคชั้นสูง (ปวท.) ที่ยังตกค้างอยู่ 705 คน มีครูผู้สอน จำนวน 11,437 อัตรา ทั้งนี้ หากมีการคำนวณสัดส่วนครูต่อนักเรียนตามมาตรฐานที่ 1:39 โดยพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งจำนวนนักเรียนต่อห้อง ในระดับ ปวช.40 คนต่อห้อง และ ปวส. 30 คนต่อห้อง จำนวนชั่วโมงสอน 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และจำนวนชั่วโมงของครู 1 คนต่อสัปดาห์ ซึ่งระดับ ปวช. 1:18 และ ปวส. 1:15 พบว่า สอศ.จะต้องมีครูทั้งสิ้น 29,494 อัตราจึงจะเพียงพอต่อ ดังนั้น สอศ.ยังขาดครูอีก 11,437 อัตรา อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา สอศ.ได้มีการดึงพนักงานราชการทั่วไปฝ่ายสนับสนุนมาช่วยสอน 2,964 คน จึงจำเป็นต้องขอคืนอัตราในส่วนนี้ด้วย 
นายชัยพฤกษ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น สอศ.จึงได้เสนอต่อ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอเพิ่มกรอบอัตราพนักงานราชการ สังกัด สอศ.เพิ่มเติม รวมทั้งสิ้น 14,401 อัตรา ใช้งบกว่า 3,110 ล้านบาท โดยจะบรรจุเป็นพนักงานราชการทั่วไปสายผู้สอน ก่อนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบกรอบอัตรากำลังดังกล่าว ก่อนที่จะไปดำเนินการสรรหาผู้ที่เหมาะสมเข้าสู่ตำแหน่งต่อไป อย่างไรก็ตาม สอศ.จะให้ความสำคัญกับครูอัตราจ้าง จำนวน 19,621 คนที่มาร้องเรียน เนื่องจากขาดความมั่นคงในชีวิตการทำงาน ซึ่งหาก ครม.เห็นชอบกรอบอัตรากำลังที่ สอศ.เสนอ นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาครูอัตราจ้างแล้ว ยังจะเป็นการเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนอาชีวศึกษาอีกด้วย 

 

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 เมษายน 2556

------------------------------------------------------------------------------------

 
ข้อมูลตำแหน่งว่าง/สาขาวิชาเอก การสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี 2556 PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2013 เวลา 16:25 น.

ข้อมูลตำแหน่งว่าง/สาขาวิชาเอก การสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี 2556 แก้ไข ณ วันที่ 26 เม.ย. 2556

 

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

http://202.143.174.11/personnel/news2011/upfiles/759.pdf

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

 
เครือข่ายการศึกษา เตรียมยื่น 4 ข้อเสนอปฏิรูปการศึกษาไทย PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2013 เวลา 16:24 น.

เครือข่ายการศึกษา เตรียมยื่น 4 ข้อเสนอปฏิรูปการศึกษาไทย "ศ.ระพี" ชี้การปฏิรูปการศึกษาคือการปฏิรูปจิตใต้สำนึกของมนุษย์

วันนี้ (25 เม.ย.) ศ.ระพี สาคริก นายกสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้เข้าร่วมประชุมระดมความคิดเห็น การขับเคลื่อนข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษา จากเครือข่ายด้านการศึกษากว่า 400 แห่งทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอในงานสมัชชาปฏิรูประดับชาติครั้งที่ 3 ของสำนักงานปฏิรูปร่วมกับสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทยที่โรงเรียนรุ่งอรุณ เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ให้ความเห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาไทย คือ การปฏิรูปจิตใต้สำนึกของมนุษย์ เช่น การเป็นคนดี การรู้จักช่วยเหลือสังคม เป็นต้น ที่สำคัญเราต้องปฏิรูปให้เด็กของเรา สามารถรับผิดชอบตนเอง และเป็นผู้ที่คอยศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง เพราะครูจริงๆแล้วอยู่ที่ตัวเรา หากเราเน้นปฏิรูปใจเราเองให้ได้ จะทำให้การศึกษาทุกเรื่องทำได้สำเร็จ 
นายชัชวาล ทองดีเลิศ เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย กล่าวว่า ข้อเสนอจากเวทีปฏิรูปประเทศไทยด้านการศึกษาได้ข้อสรุปร่วมกัน 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพอย่างแท้จริงนั้น ต้องมีหน่วยงานที่รองรับการจัดการศึกษาที่หลากหลาย สอดคล้องกับศักยภาพของเด็กแต่ละคนและสภาพจริงของพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐานและการวัดผลที่หลากหลาย สอดคล้องกับศักยภาพของเด็กและสภาพจริงของพื้นที่ 2.ต้องมีระบบสนับสนุนที่ชัดเจน ทั้งทางด้านวิชาการ งบประมาณและการลดหย่อนภาษี 3.ต้องมี พ.ร.บ. การศึกษาทางเลือกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตร 12 และ 4.การฟ้องศาลปกครองการละเมิดสิทธิกรณีการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กและการละเลยการปฏิบัติหน้าที่กรณีการไม่จ่ายงบประมาณรายหัวกับเด็กเรียนที่บ้าน ต้องสามารถทำได้และเกิดผลได้จริง ซึ่งข้อสรุปดังกล่าว ทางสมาคมการศึกษาทางเลือกไทย จะนำเสนอสู่เวทีสมัชาปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. 2556 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา

 

ที่มา : เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556

---------------------------------------------------------------------------------

 
สอบครูผู้ช่วยส่อทุจริตชัด ก.ค.ศ.ให้สอบใหม่ 509 คน PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2013 เวลา 16:21 น.

ก.ค.ศ.มั่นใจสอบครูผู้ช่วยมีทุจริตแน่ ตัดสินใจให้ 509 คนที่ทำคะแนนสูงเว่อร์เข้าสอบใหม่ ก่อนส่งข้อมูลให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯสอยออกจากราชการ

วันนี้(25เม.ย.)นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย โดยเชิญคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่มี นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการศธ. เป็นประธาน , ตัวแทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และ ดร.ชอบ ลีซอ อดีตนักวิชาการเชี่ยวชาญด้านการสอบวัดผลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) มาร่วมพิจารณาคะแนนสอบของผู้ที่ทำคะแนนสอบได้เกิน 90 % หรือ 180 คะแนน จำนวน 509 คน ซึ่งพบข้อมูลบ่งชี้ชัดว่าเฉลยข้อสอบรั่วออกไปจริง

“ ข้อสอบวิชาหลักข้อหนึ่ง มีคำตอบถูก 3 ข้อ แต่กรรมการจัดพิมพ์ข้อสอบเห็นความผิดพลาดนี้ก่อน จึงจัดการเปลี่ยนโจทย์ข้อสอบข้อดังกล่าวเพื่อให้มีคำตอบข้อเดียว จึงส่งผลให้คำตอบที่ถูกต้องเปลี่ยนไปจากข้อเดิม แต่ปรากฎว่าในจำนวนกลุ่ม 509 คนนั้น ทำข้อสอบข้อนี้ผิดถึง 344 คน ทั้งๆที่ข้อสอบข้อนี้ไม่ได้ยาก ตรงนี้เป็นตัวบ่งชี้ว่า มีการนำเฉลยข้อสอบออกไปเปิดเผยก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังพบพิรุธอื่นๆที่บ่งชี้ในทิศทางเดียวกัน เช่น ผู้เข้าสอบบางรายใช้เวลาทำข้อสอบเพียง 10 นาทีและหลับในห้องสอบแต่กลับได้คะแนนเต็มในวิชานั้น รวมถึงมีการยึดยางลบเฉลยข้อสอบได้ด้วย “นายพงศ์เทพ กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า จากผลการสอบสวนดังกล่าว ที่ประชุม ก.ค.ศ. จึงมีมติให้ส่งข้อมูลไปให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษา ใช้ประกอบการสอบสวน โดยให้ อ.ก.ค.ศ.ไปดึงข้อมูลผลการเรียน และผลการสอบประเภทอื่นๆของบุคคลเหล่านั้นมาเปรียบเทียบด้วย และที่สำคัญจะมีการนำผู้ที่ได้คะแนนสูงเป็นพิเศษทั้ง 509 คนมาเข้ารับการทดสอบอีกครั้ง เพื่อดูว่ายังทำข้อสอบได้ดีอย่างเหลือเชื่อเหมือนเดิมอีกหรือไม่ ซึ่งผลการทดสอบใหม่จะเป็นหลักฐานบ่งชี้ที่มีน้ำหนักมากขึ้นว่าใครทำข้อสอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง และใครไม่ได้ทำเอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างวางระบบทดสอบให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครมีโอกาสรู้ข้อสอบได้ก่อนอีก

นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า เมื่อผลการทดสอบดังกล่าว พร้อมผลการสอบสวนอื่น ๆ ออกมาแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ต้องหาทางดำเนินการเอาผู้ที่โกงการสอบและได้บรรจุเป็นครูไปแล้วออกจากราชการ ส่วนการจัดการกับผู้นำข้อสอบออกมานั้น เป็นหน้าที่ของดีเอสไอซึ่งรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษแล้ว

ด้านนายพิษณุ กล่าวว่า ข้อสอบที่มีปัญหาคือข้อที่ 34 ซึ่งเฉลยข้อสอบเดิมเป็นข้อ ก แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโจทย์แล้วข้อที่ถูกต้องเปลี่ยนเป็นข้อ ข ขณะเดียวกันดร.ชอบ ได้วิเคราะห์แล้วว่ามีความยากง่ายอยู่ที่ 71 % เท่ากับว่าผู้เข้าสอบ 100 คนมีโอกาสตอบถูก 71 คน แต่ในกลุม 509 คนกลับตอบผิดถึง 344 คน ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่ามีการลักเฉลยข้อสอบออกไปก่อนการจัดพิมพ์ข้อสอบ

 

ที่มา : เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556

---------------------------------------------------------------------------------------------

"พงศ์เทพ" หวังสอบซ่อมครูผู้ช่วยฟื้นศรัทธาให้ ศธ.

“พงศ์เทพ” หวังสอบซ่อมครูผู้ช่วยกู้ศรัทธาให้กระทรวงเสมา ย้ำหากได้กลิ่นทุจริตให้รีบแจ้งด่วน เชื่อสถาบันการศึกษาในพื้นที่ออกข้อสอบเชื่อถือได้ไม่มีปัญหา 

วันนี้ (25 เม.ย.) ที่โรงแรมอะเดรียติค พาเลซ กรุงเทพฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ) กล่าวมอบนโยบายในการประชุมสัมมนาเรื่องการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย ว่า การสอบมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นกระบวนการคัดคนมาเป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ ที่สำคัญ การสอบบรรจุข้าราชการครูครั้งนี้ เป็นการจัดสอบครั้งล่าสุดนับจากเกิดกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วยซึ่งกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ เพราะฉะนั้น จะต้องช่วยกันทำให้การสอบบรรจุข้าราชการครูกลับมาได้รับการยอมรับเชื่อมั่นจากสังคมอีกครั้ง ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องช่วยกันดูแลการสอบบรรจุข้าราชการครูครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม ไม่มีการทุจริต 
“การสอบบรรจุครูจะต้องทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่า ไม่มีการทุจริต ไม่มีกลโกงข้อสอบ ไม่มีใครรู้ข้อสอบก่อน มิฉะนั้นแล้ว เราก็จะได้แม่พิมพ์พ่อพิมพ์ที่บิดเบี้ยว ไม่สามารถสร้างคนอย่างที่เราหวังได้ ดังนั้นอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันสอดส่องดูแลด้วย ถ้าระแคะระคายรู้อะไรมาให้รีบแจ้งมาที่ สพฐ.สำนักรัฐมนตรี หรือแม้ทั่งผม และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เพราะกรณีทุจริตการสอบครูผู้ช่วยที่เกิดขึ้นนั้น จริงแล้ว น่าจะรู้ตัวล่วงหน้าก่อนเพราะเรื่องเกิดในหลายพื้นที่ มีการเรียกคนไปติว น่าจะได้ระแคะระคายก่อนพอสมควร ขณะเดียวกัน การสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ ให้เขตพื้นที่การศึกษารวมกลุ่มกันจัดสอบเอง โดยให้ประสานสถาบันการศึกษาในพื้นที่ช่วยออกข้อสอบให้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการสอบ ให้ผู้เข้าสอบเกิดความมั่นใจ เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญสุด คือ การเลือกสถาบันการศึกษาที่จะมาทำหน้าที่ออกข้อสอบ เพราะสถาบันการศึกษาก็มีหลากหลาย จึงต้องออกสถาบันการศึกษาที่เชื่อถือได้ สามารถออกข้อสอบได้ดี ตรงไปตรงมา ไม่ทำให้การสอบมีปัญหา ไม่ทำให้ผู้เข้าสอบบางคนอยู่ในฐานะได้เปรียบ ดังนั้นการสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ จะแก้ตัวได้สำเร็จ ให้สังคมกลับมาเกิดความเชื่อถือได้หรือไม่ จะกู้ชื่อเสียงกระทรวงศึกษาธิการกลับมาได้หรือไม่ อยู่ที่ความร่วมมือของทุกฝ่าย” นายพงศ์เทพ กล่าว

 

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 เมษายน 2556

----------------------------------------------------------------------------------------------

509 คนหนาวแน่ บอร์ด กคศ.ให้สอบครูผู้ช่วยใหม่ แถมสอบผลการเรียน-สอบย้อนหลัง โกงจริงสอยแน่

บอร์ด กคศ.ดัดหลังทุจริตจับ 509 คนสอบครูผู้ช่วยใหม่ พร้อมสอบประวัติย้อนหลังทั้งผลการเรียนการสอบ หากพบโกงข้อสอบแน่ให้เอาออกจากราชการทันที “พงศ์เทพ” ระบุมีหลักฐานชี้ชัดมีการนำเฉลยข้อสอบออกมาเปิดเผยก่อน โดยเฉพาะข้อที่ 33 มีการเปลี่ยนคำตอบใหม่ทำให้ 509 ผิดถึง 344 คน ทั้งๆ ที่เป็นข้อสอบง่าย

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องทุจริตสอบครูผู้ช่วย โดยเชิญคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่มี นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ประธานสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ดร.ชอบ ลีซอ อดีตนักวิชาการเชี่ยวชาญด้านการสอบวัดผลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาร่วมพิจารณาคะแนนสอบของผู้ที่ทำคะแนนสอบได้เกิน 90% หรือ 180 คะแนน จำนวน 509 คน และพบข้อมูลบ่งชี้ชัดว่า มีการเฉลยข้อสอบรั่วออกไปจริง เช่น มีข้อสอบวิชาหลักข้อหนึ่ง มีคำตอบถูก 3 ข้อ แต่กรรมการจัดพิมพ์ข้อสอบเห็นความผิดพลาดนี้ก่อน จึงจัดการเปลี่นโจทย์ข้อสอบข้อดังกล่าวเพื่อให้มีคำตอบข้อเดียว จึงส่งผลให้คำตอบที่ถูกต้องผิดไปจากข้อเดิม ปรากฏว่าในจำนวนกลุ่ม 509 คนนั้น ทำข้อสอบข้อนี้ผิดถึง 344 คน ทั้งๆ ที่ข้อสอบข้อนี้ไม่ได้ยาก ดังนั้นจึงเป็นการบ่งชี้ว่ามีการนำเฉลยข้อสอบออกไปเปิดเผยก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน นอกจากนั้น ยังพบพิรุธอื่นๆที่บ่งชี้ในทางเดียวกัน อาทิ ผู้เข้าสอบบางรายใช้เวลาทำข้อสอบเพียง 10 นาที และหลับในห้องสอบแต่กลับได้คะแนนเต็มในวิชานั้น รวมถึงมีการยึดยางลบเฉลยข้อสอบได้ด้วย 
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า จากผลการสอบสวนที่ประชุม ก.ค.ศ.จึงมีมติให้ส่งข้อมูลดังกล่าว พร้อมข้อมูลของ 509 คนไปให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา (อกคศ.เขตพื้นที่การศึกษา) ใช้ประกอบการสอบสวน โดยให้ อ.ก.ค.ศ.ไปดึงข้อมูลผลการเรียน ผลการสอบครั้งอื่นๆ ของบุคคลเหล่านี้มาเปรียบเทียบด้วย และที่สำคัญจะมีการนำผู้ที่ได้คะแนนสูงเป็นพิเศษ 509 คนมาเข้ารับการทดสอบอีกครั้ง เพื่อดูว่าจะสามารถทำคะแนนสอบได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ผลการทดสอบใหม่ครั้งนี้จะเป็นหลักฐานบ่งชี้ที่มีน้ำหนักมากขึ้นว่า ใครทำข้อสอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง และใครไม่ได้ทำเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างวางระบบทดสอบให้มั่นใจได้ว่า จะไม่มีใครมีโอกาสรู้ข้อสอบก่อนอีก และเมื่อผลการทดสอบดังกล่าว พร้อมผลการสอบสวนอื่นๆ ออกมาแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ต้องหาทางดำเนินการเอาผู้ที่โกงการสอบและได้บรรจุเป็นครูไปแล้วออกจากราชการ ส่วนการจัดการกับผู้นำข้อสอบมาเปิดเผยนั้น เป็นหน้าที่ของดีเอสไอซึ่งรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษแล้ว 
ด้านนายพิษณุ กล่าวว่า ข้อสอบที่มีปัญหา คือข้อที่ 33 ซึ่งเฉลยข้อสอบเดิมเป็นข้อ ก แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโจทย์แล้วข้อที่ถูกต้องคือ ข ขณะเดียวกัน ดร.ชอบ ได้วิเคราะห์แล้วว่ามีความยากง่ายอยู่ 71% เท่ากับว่าผู้เข้าสอบ 100 คนมีโอกาสตอบถูก 71 คน แต่ในกลุม 509 คนกลับตอบผิดถึง 344 คน ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่ามีการลักเฉลยข้อสอบออกไปก่อนการจัดพิมพ์ข้อสอบ

 

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 เมษายน 2556

--------------------------------------------------------------------------------------------------

 
มอบอำนาจการสั่งให้ได้รับเงินเดือน PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2013 เวลา 11:58 น.

ที่ ศธ 04009/ว๒๐๕๙ มอบอำนาจการสั่งให้ได้รับเงินเดือนตามกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือ ต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ.๒๕๕๕

 

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
http://202.143.174.11/personnel/news2011/upfiles/757.pdf

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

 
ไฟเขียว 25 นิติกรรับเงินพิเศษ "4 - 6 พันบาท" PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2013 เวลา 11:56 น.

เมื่อวันที่ 23 เมษายน นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ก.ค.ศ.ได้ออกระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของบุคลากรทางการศึกษาในสายงาน นิติการ พ.ศ.2553 และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งนิติกรปฏิบัติการ นิติกรชำนาญการ นิติกรชำนาญการพิเศษให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ (พ.ต.ก.) นั้น ก.ค.ศ.มีมติอนุมัติให้นิติกรผู้ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถได้รับ พ.ต.ก. กรณีให้ได้รับ พ.ต.ก.ครั้งแรก ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด รวม 25 ราย

นางรัตนากล่าวต่อว่า โดยเป็นระดับชำนาญการ 11 ราย และระดับชำนาญการพิเศษ 14 ราย ดังนี้ ระดับชำนาญการ 11 ราย คือ

  1. นายภานุพัฒน์ หล้าปาวงศ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ลำปาง เขต 1
  2. นางมนพัทธ์ รุ่งเช้า สพป.สุรินทร์ เขต 3 นางสาวรังสิมา ภู่แปลง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 42
  3. นายบุญเลิศ ทิพย์รักษ์ สพป.พังงา
  4. นางสุรีย์พร สุกากิจ สพป.พิษณุโลก เขต 1
  5. นายกษิดิ์เดช ชมบุตรศรี สพป.ศรีสะเกษ เขต 1
  6. ด.ต.ธนัญชัย แก้วศรีงาม สพป.น่าน เขต 2
  7. นางอารีรัตน์ อิสโร สพป.ระนอง
  8. นางสาวเดือนวิไล อู่ทรัพย์ สพป.อุตรดิตถ์ เขต 2
  9. นายทนง ถวาย สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 3
  10. นายวัชรินทร์ ทับทิมจินต์ สพป.สกลนคร เขต 1

ได้รับ พ.ต.ก. ในอัตรา 4,500 บาทต่อเดือน

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อว่า ระดับชำนาญการพิเศษ 14 ราย คือ

  1. นายเสรี คงเจริญ สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1
  2. นายนเรศ สวัสดี สพป.จันทบุรี เขต 1
  3. นายเสนอ เวียงบาล สพม. เขต 26
  4. นายประทีป ปั้นอยู่ สพป.สระบุรี เขต 1
  5. นางสาวอมรวรรณ กฤตานุพงศ์ สพป.กาญจนบุรี เขต 2
  6. นายลิขิต ฟักธรรม สพป.นครสวรรค์ เขต 1
  7. นายธีระ ประทุมชาติ สพป.หนองบัวลำภู เขต 1
  8. นายเสถียร ลิขิตธนานันท์ สพป.ชลบุรี เขต 1
  9. นายวีระยุทธ ศิริรัตน์ สพม. เขต 1
  10. นางสิริพร ปานเจริญ สพป.ชัยนาท เขต 1
  11. นายสวัสดิ์ แถวถาทำ สพป.เชียงราย เขต 1
  12. นางนวลักษณ์ หมื่นพันธ์ สพป.พังงา
  13. นายนิยม ศรีอุดม สพป.อุดรธานี เขต 2
  14. นายสังคม ศรีแก้ว สพป.พะเยา เขต 2

ได้รับ พ.ต.ก. ในอัตรา 6,000 บาทต่อเดือน

ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 25 เม.ย. 2556

------------------------------------------------------------------------------------------------

 
สพฐ.เพิ่มความเข้มระบบดูแลนักเรียน PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2013 เวลา 11:55 น.

เผยมีเด็กกลุ่มพิเศษต้องช่วยเหลือ 20% พัฒนาหน่วยคัดกรองและส่งต่อ

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการตรวจราชการจากผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเรื่องหนึ่งที่ สพฐ.หยิบยกหารือที่ประชุม คือการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้มีความเข้มแข็งและมีกลไกที่จะช่วย ดูแล รวมทั้งคัดกรองและส่งต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีข้อมูลผลการคัดกรองนักเรียนและข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตพบว่า ขณะนี้ภาพรวมของเด็กที่อยู่ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีเด็กกลุ่มพิเศษที่ ต้องดูแลพิเศษจำนวนถึง 20% แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ หรือแอลดี 10-15%, 2.กลุ่มเด็กสมาธิสั้น 8%, 3.กลุ่ม เด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ 5% 4.กลุ่มเด็กออทิสติก พบ 1 ใน 88 คน คิดเป็น 1.13% และ 5.กลุ่มที่มีความพิการทางกายภาพ ได้แก่ หูหนวก ตาบอด ร่างกายพิการ และยังบกพร่องทางสติปัญญา 2%

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ให้ สพฐ.ทราบว่าการพัฒนาระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียนมีความสำคัญ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผู้เรียน การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โดยไม่ได้ดูที่ต้น เหตุปัญหาจะทำให้แก้ไขได้ยาก จึงต้องเริ่มค้นหาสาเหตุปัญหาและแก้ไขตั้งแต่แรก ดังนั้น ในปีการ ศึกษา 2556 สพฐ.จะยกระดับความเข้มข้นของระบบการดูแลนักเรียน โดยที่ประชุมเสนอแนะว่าควรจัดทำระบบคัดกรองเด็กและการส่งต่อเด็กที่มี ประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันต้องสร้างความเข้มแข็งให้สถานศึกษา โดยเสนอให้มีคณะกรรมการช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา 1 ชุด และมีเจ้าหน้าที่ภายนอกคอยให้การช่วยเหลือ เบื้องต้น สพฐ.จะขยายผลโดยใช้หน่วยเฉพาะกิจดูแลช่วยเหลือนักเรียน (ฉกชน.) ของ สพฐ. และ ฉกชน.ประจำเขตพื้นที่การศึกษาฯ ดำเนินการก่อน และอนาคตหากโรงเรียนมีคณะกรรมการช่วยเหลือนักเรียนประจำโรงเรียนแล้วทั้งหมด จะทำงานช่วยเหลือกัน.

ที่มา : http://www.thairath.co.th

-----------------------------------------------------------------------------------

 
อ่านด่วน! มติ ครม.แก้ ก.ม.กบข.ให้ ขรก.เลือกวิธีรับบำนาญ PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันพุธที่ 24 เมษายน 2013 เวลา 15:50 น.

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแก้ไขกฎหมายกองทุน กบข. เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการ และข้าราชการบำนาญก่อนปี 2540 ตัดสินใจเลือกว่า จะกลับไปใช้รับเงินบำนาญตามกฎหมายเดิม หรือว่าจะเลือกเป็นสมาชิก กบข.ต่อไป โดยมีข้าราชการสามารถใช้สิทธิดังกล่าวประมาณ 9.7 ล้านคน แยกเป็นข้าราชการปัจจุบันกว่า 700,000 คน และข้าราชการบำนาญ 2.5 แสนคน คาดว่าจะมีข้าราชการใช้สิทธิ เพื่อกลับไปรับบำนาญแบบเดิมประมาณ 700,000 คน รัฐบาลตั้งงบประมาณรองรับการเลือกกลับไปใช้บำนาญของข้าราชการปีแรกประมาณ 1,014 ล้านบาท

สำหรับผู้ที่จะรับประโยชน์มากกว่าการเป็นสมาชิกของ กบข.ควรมีอายุราชการ 40 ปีขึ้นไป การมีอายุราชการทวีคูณ จำนวนมาก เนื่องจากไปปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดาร เช่น ทหาร ตำรวจ ครู สาธารณสุข โดยจะเริ่มให้ตัดสินใจเลือกในช่วงกลางปีหน้า เพื่อเริ่มใช้สิทธิในปีงบประมาณ 2558 หากใครเลือกแนวทางกลับไปใช้บำนาญเดิมจะต้องคืนเงินสมทบจากรัฐบาล และเงินทุนประเดิม

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังเดินหน้าสมทบเงินเข้ากองทุน กบข.เพิ่มเติมทุกปี รองรับข้าราชการเกษียญอายุมากขึ้นในปีต่อไปในอนาคตหลายแสนล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนปัจจบันมีอยู่ 1.5 แสนล้านบาท สำหรับสูตรการคำนวณผลตอบแทนหลังเกษียณอายุจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบงบประมาณปี 2557 โดยประมาณการรายรับ 2.275 ล้านล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เป็นงบประมาณขาดดุล 2.525 ล้านล้านบาท โดยจัดสรรสำหรับคืนเงินรถยนต์คันแรก 30,000 ล้านบาท ยืนยันยังมีเงินเพียงพอรองรับดูแลสังคม ทั้งสาธารณสุข และด้านการศึกษา และยังจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6.2 แสนล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 27.28 ของรายได้รัฐ

 ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

-----------------------------------------------------------------------------

สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

- อนุมัติร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้า ราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวมทั้งเห็นชอบให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเข้าบัญชีเงินสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับภาระการจ่ายบำเหน็จบำนาญ และเพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือและลดภาระให้แก่ข้าราชการและผู้รับบำนาญ จึงเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว รวมทั้งเงินบำนาญส่วนเพิ่ม จากการดำเนินการตามแนวทางที่ให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญซึ่งเป็นสมาชิก กบข.โดยสมัครใจสามารถเลือกกลับไปรับบำนาญตามระบบเดิม

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การแก้ไขปัญหาสมาชิก กบข. ในเรื่องบำนาญ มีดังนี้

๑) ข้าราชการ (สมาชิก กบข. ซึ่งเข้ารับราชการก่อนวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ และสมัครเป็นสมาชิก กบข.)
(๑) สมาชิก กบข.ซึ่งประสงค์จะกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ และให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗
(๒) ผู้ซึ่งจะต้องออกจากราชการไม่ว่ากรณีใดๆ ยกเว้นกรณีถึงแก่ความตาย ก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ให้สมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงเมื่อวันออกจากราชการ
(๓) การแสดงความประสงค์ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ หรือวันออกจากราชการ และให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ ทั้งนี้ การแสดงความประสงค์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด
(๔) ข้าราชการตามข้อ (๑)-(๓) ไม่มีสิทธิได้รับเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว โดยให้ กบข.ส่งเงินดังกล่าวเข้าบัญชีเงินสำรอง สำหรับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว กบข.จะจ่ายคืนให้แก่ข้าราชการผู้นั้น
(๕) การส่งเงินเข้าบัญชีเงินสำรองและการจ่ายคืนเงินสะสมและผลประโยชน์ให้เป็นไป ตามที่ กบข. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะกำหนดให้ กบข. นำเงินประเดิม เงินสมทบ เงินชดเชย และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวที่ได้รับคืนจากสมาชิกส่งเข้าบัญชีเงินสำรอง ทั้งนี้ กบข. จะต้องจัดทำรายงานการนำเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวส่งเข้าบัญชีเงินสำรองต่อกรมบัญชีกลาง ตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งจะกำหนดรายละเอียดข้อมูลที่ กบข. จะต้องรายงานให้กรมบัญชีกลางทราบ
(๖) หากข้าราชการซึ่งได้แสดงความประสงค์ไว้แล้วถึงแก่ความตายก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ หรือก่อนวันออกจากราชการ ให้ถือว่าการแสดงความประสงค์นั้นไม่มีผลใช้บังคับ

๒) ผู้รับบำนาญ (สมาชิก กบข. ซึ่งเข้ารับราชการก่อนวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ และสมัครเป็นสมาชิก กบข. แต่ได้ออกจากราชการแล้ว)
(๑) หากประสงค์จะขอกลับไปรับบำนาญตามสูตรเดิม (พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔) ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ และผู้รับบำนาญจะต้องคืนเงินก้อน (เงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว) ที่ได้รับไปแล้วแก่ทางราชการ โดยผู้รับบำนาญจะได้รับบำนาญตามสูตรเดิม ตั้งแต่วันที่ออกจากราชการจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ โดยวิธีหักกลบลบกัน
(๒) การหักกลบลบกัน หากมีกรณีที่ผู้รับบำนาญต้องคืนเงิน ให้ผู้รับบำนาญคืนเงินแก่ส่วนราชการผู้เบิกภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ เพื่อนำส่งให้กรมบัญชีกลาง โดยเงินที่ส่วนราชการได้รับคืน ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วย วิธีการงบประมาณ หากมีกรณีที่ต้องคืนเงินให้ผู้รับบำนาญ กรมบัญชีกลางจะคืนเงินให้ผู้รับบำนาญ หากมีเงินเหลือจะนำส่งเข้าบัญชีเงินสำรอง
(๓) ผู้รับบำนาญที่ได้แสดงความประสงค์แล้ว เป็นผู้รับบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ ตั้งแต่วันที่ออกจากราชการ แต่หากผู้รับบำนาญมีกรณีที่ต้องคืนเงิน ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ จึงจะได้รับสิทธิดังกล่าว
(๔) หากผู้รับบำนาญซึ่งได้แสดงความประสงค์ไว้แล้วถึงแก่ความตายก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ให้ถือว่าการแสดงความประสงค์นั้นไม่มีผลใช้บังคับ และหากมีกรณีต้องคืนเงินให้ส่วนราชการผู้เบิกแจ้งกรมบัญชีกลางเพื่อถอนเงิน ที่ผู้รับบำนาญคืนให้แก่ส่วนราชการผู้เบิก เพื่อคืนให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบำนาญตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด จะกำหนดเรื่องการดำเนินการถอนเงินคืนให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบำนาญ ที่ตายไปก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ

 

ที่มา : เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ

----------------------------------------------------------------------------

 
ทยอยรอดข้อหาโกงสอบครู PDF พิมพ์ อีเมล
News - Latest
  
วันพุธที่ 24 เมษายน 2013 เวลา 15:49 น.

นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้รับแจ้งผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา เรื่องการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ครั้งที่ผ่านมา แล้วประมาณ 30 กว่าเขตพื้นที่ฯ และอยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ซึ่งในเบื้องต้นเรื่องที่ส่งมาจะเป็นมติ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ พร้อมกับแนบรายละเอียดมาด้วย ซึ่งตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ ก.ค.ศ.ตรวจสอบรายงานที่แต่ละ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯได้เสนอมา จากนั้นจะต้องนำมาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ก.ค.ศ.ให้พิจารณาต่อไป

ด้าน นายพิสิษฐ์ ชดกิ่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 กล่าวว่า จากการประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติไม่ยกเลิกผลการสอบครูผู้ช่วยเนื่องจากได้พิจารณาผลการสอบ ข้อเท็จจริงที่ สพป.นครราชสีมา เขต 3 ที่นำเสนอไม่พบพยานหลักฐานว่าการสอบครูผู้ช่วยที่ผ่านมามีการทุจริต และจากการสอบสวนผู้ที่สอบบรรจุได้จำนวน 7 คน ก็ยืนยันว่าสาเหตุที่สอบได้ เป็นเพราะการอ่านหนังสือเอง โดยคะแนนของผู้ที่สอบได้ จะมีคะแนนสูงในบางวิชาเท่านั้นและวิชาอื่น ๆ ก็อยู่ในเกณฑ์คะแนนปกติทั่วไป ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผลการประชุมไปให้สำนักงาน ก.ค.ศ.แล้ว.

ที่มา : เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 24 เม.ย. 2556

------------------------------------------------------------------------------------------

 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 1 จาก 514

Search

อยากให้ดูเรานะ

img_0127.jpg

Daily Forecast

PTT Oil Price

Login : ลงทะเบียน



เรื่องน่ารู้ประจำวัน

Who's Online

เรามี 175 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้6065
mod_vvisit_counterวานนี้19246
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้6065
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน196529
mod_vvisit_counterเดือนนี้504554
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว399445
mod_vvisit_counterรวมทั้งสิ้น2461973
ป้ายโฆษณา
ลิขสิทธิ์ © 2013 Silapasart.com. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย